แนะนำสมาคมอาเซียน-ประเทศไทย

ความเป็นมา

สมาคมอาเซียน – ประเทศไทย (ASEAN Association – Thailand) ได้รับการประกาศจัดตั้งขึ้นโดยกระทรวงการต่างประเทศเมื่อปลายปี พ.ศ. 2551 โดยมุ่งหวังให้สมาคมฯ มีบทบาทสำคัญในการช่วยส่งเสริมการดำเนินงานของภาครัฐและสร้างความตระหนักรับรู้เกี่ยวกับความร่วมมือของอาเซียนในด้านการเมือง เศรษฐกิจสังคม และวัฒนธรรม เพื่อทำให้กระบวนการสร้างประชาคมอาเซียนประสบความสำเร็จตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ในปี พ.ศ. 2558
สมาคมอาเซียน – ประเทศไทยมีเป้าหมายที่จะช่วยทำให้ประชาชนได้เข้าใจ และตระหนักถึงประโยชน์ของอาเซียนที่มีต่อการดำเนินชีวิต ทั้งยังมุ่งหวังที่จะเป็นช่องทางให้ประชาชนได้เข้ามามีส่วนร่วมในการสร้างประชาคมอาเซียนผ่านการดำเนินกิจกรรมของสมาคมฯ และจะเป็นเวทีที่เปิดกว้างเพื่อรับฟังความคิดเห็นต่างๆ เกี่ยวกับอาเซียนจากภาคประชาชนหลากหลายสาขาอาชีพ

วัตถุประสงค์ของสมาคมฯ

  • สร้างมิตรภาพและความเข้าใจระหว่างประชาชนของประเทศต่างๆ ในสมาคมประชาชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) เพื่อสันติภาพ ความมั่งคั่ง ความเป็นอยู่ที่ดี ของประเทศสมาชิกและประชาชนของประเทศสมาชิกอาเซียน
  • เป็นกลไกคู่ขนานกับภาคราชการในการส่งเสริมให้ประชาชนไทยมีความสำนึกถึงความเป็นประชาชนอาเซียนซึ่งจะต้องมีความเอื้ออาทรต่อกัน
  • เผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับอาเซียนและของประเทศสมาชิกอาเซียน ทั้งทางด้านการเมือง เศรษฐกิจ วิชาการ สังคมและวัฒนธรรมให้แก่ประชาชน
  • ส่งเสริมความร่วมมือในด้านเศรษฐกิจ สังคม และวิชาการ และการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรม และขนบธรรมเนียมประเพณี ระหว่างประชาชนของประเทศสมาชิกอาเซียน รวมถึงการจัดกิจกรรมร่วมกันและการแลกเปลี่ยนการเยือนระหว่างประเทศสมาชิกอาเซียนของภาคประชาชน หรือภาคประชาสังคม
  • เป็นศูนย์กลางประสานการดำเนินงานขององค์การอื่นใดที่มิใช่รัฐบาล และกับภาคประชาสังคมทั้งทางด้านสังคม วัฒนธรรม การศึกษาวิทยาศาสตร์ สิ่งแวดล้อม การจัดการภัยพิบัติ สาธารณสุข การพัฒนา สิทธิมนุษยชน และเรื่องอื่นๆ ที่จะเป็นการส่งเสริมการสร้างประชาคมอาเซียนภายใต้กฎบัตรอาเซียน
  • วัตถุประสงค์อื่นใดตามที่คณะกรรมการของสมาคมฯ ได้มีมติเห็นชอบและได้รับความเห็นชอบจากกระทรวงการต่างประเทศ รวมทั้งได้รับการจดทะเบียนจากนายทะเบียนเรียบร้อยแล้ว

 

คณะกรรมการสมาคมฯ

คณะกรรมการดำเนินงานของสมาคมฯ ชุดปัจจุบัน (2552 – 2554) ประกอบไปด้วยบุคลากรจากหลากหลายภาคส่วนของสังคม ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นผู้ทรงคุณวุฒิและประสบการณ์ในแวดวงอาเซียน จำนวนทั้งสิ้น 15 ท่าน
ดังนี้

นายกสมาคม           – คุณหญิงลักษณาจันทร เลาหพันธุ์
(รองประธานสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ ฝ่ายบริหาร)

อุปนายก                  – นายธีรกุล นิยม                                                                
(ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ)

กรรมการ                 – นายแผน วรรณเมธี             
(เลขาธิการสภากาชาดไทยและอดีตเลขาธิการอาเซียน)     
                                 
กรรมการ                 – ดร.ณรงค์ชัย อัครเศรณี
(ประธานกรรมการบริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน เอ็มเอฟซี จำกัด (มหาชน)   
                                        
กรรมการ                 – ดร.สุทัศน์ เศรษฐ์บุญสร้าง   
(ผู้แทนการค้าไทย และอดีตรองเลขาธิการอาเซียน)

กรรมการ                 – นายการุณ กิตติสถาพร        
(กรรมการพัฒนาระบบราชการ)

กรรมการ                 – นายพยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล
(ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย)   
                                 
กรรมการ                 – นายประมนต์ สุธีวงศ์          
(ประธานอาวุโสหอการค้าไทย)

กรรมการ                 – รศ.ดร.จุลชีพ ชินวรรโณ
(รองอธิการบดีฝ่ายวิเทศสัมพันธ์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์)

กรรมการ                 – ดร.สายสุรี จุติกุล  
(ผู้แทนไทยในคณะกรรมาธิการอาเซียนด้านการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิสตรีและสิทธิเด็ก)

กรรมการ                 – นางชลิดา ทาเจริญศักดิ์       
(ผู้อำนวยการมูลนิธิศักยภาพชุมชน)

กรรมการ                 – นายพิชาย ชื่นสุขสวัสดิ์       
(บรรณาธิการหนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์)

กรรมการ                 – นายกวี จงกิจถาวร               
(บรรณาธิการอาวุโสเครือเนชั่น)

กรรมการและเลขาธิการ   – นาวาตรี อิทธิ ดิษฐบรรจง
(อธิบดีกรมอาเซียน กระทรวงการต่างประเทศ)

กรรมการและเหรัญญิก     – นายรัศมี จิตต์ธรรม
(ผู้อำนวยการสำนักบริหารการคลัง กรวงการต่างประเทศ)

 มารู้จักอาเซียนกันเถอะ

อาเซียน หรือ สมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ก่อตั้งขึ้นโดยปฏิญญากรุงเทพฯ ซึ่งได้ลงนามกันที่วังสราญรมย์ เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2510 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมความเข้าใจอันดีต่อกันระหว่างประเทศในภูมิภาค ธำรงไว้ซึ่งสันติภาพ เสถียรภาพ และความมั่นคงทางการเมือง สร้างสรรค์ความเจริญทางด้านเศรษฐกิจ การพัฒนาทางสังคมและวัฒนธรรม การกินดีอยู่ดีบนพื้นฐานของความเสมอภาคและผลประโยชน์ร่วมกันของประเทศสมาชิก

เมื่อแรกก่อตั้งในปี 2510 อาเซียนมีสมาชิก 5 ประเทศ ได้แก่ ไทย อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ และสิงคโปร์ ในเวลาต่อมา บรูไนดารุสซาลาม ได้เข้าเป็นสมาชิกลำดับที่ 6 เมื่อปี 2527 เวียดนาม เข้าเป็นสมาชิกลำดับที่ 7 ในปี 2538 ลาวและพม่า เข้าเป็นสมาชิกพร้อมกันเมื่อปี 2540 และกัมพูชาเข้าเป็นสมาชิกล่าสุดเมื่อปี 2542 ทำให้ในปัจจุบันอาเซียนมีสมาชิกรวมทั้งหมด 10 ประเทศ

สถานการณ์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้เปลี่ยนผ่านจากสภาวะแห่งความตึงเครียดและการเผชิญหน้าในยุคสงครามเย็น มาสู่ความมีเสถียรภาพ ความมั่นคงและความร่วมมืออย่างใกล้ชิดในปัจจุบัน ซึ่งทำให้อาเซียนกลายเป็นภูมิภาคที่มีการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างรวดเร็ว และเป็นตัวอย่างของการรวมตัวของกลุ่มประเทศที่มีพลังต่อรองในเวทีการเมืองและเศรษฐกิจระหว่างประเทศ ความก้าวหน้าของอาเซียนมีปัจจัยสำคัญจากความไว้ใจกันระหว่างรัฐสมาชิก อันก่อให้เกิดบรรยากาศที่สร้างสรรค์และเอื้อต่อการเพิ่มพูนความร่วมมือระหว่างกัน

ไม่นานมานี้ ผู้นำประเทศสมาชิกอาเซียนได้ร่วมกันกำหนดเป้าหมายให้ภายในปี 2558 อาเซียนสามารถรวมตัวกันได้ ‘ประชาคมอาเซียน’ ทั้งในแง่การเมืองความมั่นคง เศรษฐกิจ และสังคมวัฒนธรรม โดยยึดประโยชน์สุขของประชาชนในประเทศสมาชิกอาเซียนเป็นศูนย์กลาง

นอกจากการเป็นสมาชิกก่อตั้งของอาเซียนแล้ว ระหว่างปี 2551 – 2552 ที่ผ่านมา ประเทศไทย
ของเรายังได้รับโอกาสให้ดำรงตำแหน่งประธานอาเซียนอีกด้วย โดยในฐานะประธานอาเซียนระหว่าง 2 ปีนี้ ไทยได้เป็นเจ้าภาพการประชุมสุดยอดอาเซียนทั้งสิ้น 2 ครั้งด้วยกัน คือ การประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่ 14 เมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2552 และ การประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 15 ในเดือนตุลาคม 2552 ซึ่งถือเป็นโอกาสอันดีที่ไทยได้ต้อนรับอาเซียนกลับสู่บ้านเกิด เพราะอาเซียนถือกำเนิดที่กรุงเทพฯ เมื่อ 4 ทศวรรษที่แล้ว

นอกจากนี้ การดำรงตำแหน่งประธานอาเซียนของไทยในช่วงเวลานี้ ยังเป็นช่วงจังหวะ
เดียวกับที่อาเซียนมีผู้บริหารสำนักเลขาธิการ เป็นคนไทย ซึ่งก็คือ ดร.สุรินทร์ พิศสุวรรณ ที่เพิ่งรับตำแหน่งเมื่อต้นปี 2551 อีกด้วย

อาเซียนกับเพื่อนๆของอาเซียน

หลายท่านคงได้ทราบอยู่บ้างว่า อาเซียน หรือ สมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 2510 นั้น ในปัจจุบัน มีสมาชิก 10 ประเทศ ซึ่งล้วนแต่เป็นประเทศที่ตั้งอยู่ในภูมิภาคที่เรียกว่าเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ทั้งสิ้น แต่ท่านทราบหรือไม่ว่า นอกจากอาเซียนจะเป็นสมาคมที่ให้สมาชิกทั้ง 10 ประเทศ
ได้เสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างกันผ่านกรอบความร่วมมือต่า งๆ แล้ว อาเซียนยังมีโครงการความร่วมมือในสาขาต่าง ๆ กับเพื่อนที่ตั้งอยู่นอกภูมิภาค หรือที่มีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการว่า ‘คู่เจรจา’ ของอาเซียนอีกกว่า 10 ประเทศหรือองค์กรเลยทีเดียว 

อาเซียนเริ่มมีความสัมพันธ์กับประเทศนอกกลุ่มเป็นครั้งแรกกับ ‘สหภาพยุโรป’ ในปี 2515 หรือประมาณ 5 ปีภายหลังการก่อตั้งอาเซียน จากนั้น อาเซียนก็มีเพื่อนเพิ่มมากขึ้นเป็นลำดับ จนถึงปัจจุบัน อาเซียนมีเพื่อนที่เรียกว่า ‘คู่เจรจา’ แล้ว จำนวน 9 ประเทศ กับ 1 องค์กร ได้แก่ จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ สหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ แคนาดา อินเดีย รัสเซีย และสหภาพยุโรปดังที่ได้กล่าวไปแล้ว นอกจากนี้ อาเซียนยังมีความร่วมมือเฉพาะทางในบางสาขากับองค์การสหประชาชาติและปากีสถาน รวมถึงกลุ่มภูมิภาคอื่น ๆ เช่น ความร่วมมือของรัฐอ่าวอาหรับ ซึ่งเป็นองค์กรของประเทศที่มีน้ำมันเป็นสินค้าส่งออกหลัก อันประกอบด้วยบาห์เรน กาตาร์ คูเวต โอมาน ซาอุดิอาระเบีย และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ สมาคมความร่วมมือแห่งภูมิภาคเอเชียใต้ ซึ่งมีอินเดีย ปากีสถาน และบังกลาเทศเป็นสมาชิกอยู่ด้วย และองค์กรของกลุ่มประเทศในทวีปอเมริกาหลายองค์กร เช่น เขตการค้าเสรีอเมริกาเหนือ (หรือที่รู้จักกันทั่วไปในนาม NAFTA) และตลาดร่วมอเมริกาตอนล่าง ซึ่งประกอบ
ไปด้วยอาร์เจนตินา บราซิล ปารากวัย อุรุกวัย ชิลี เปรู โบลิเวีย โคลอมเบีย และเอกวาดอร์ ซึ่งอาเซียนพยายามหาความเชื่อมโยงด้วยในเรื่องเศรษฐกิจ การค้าและการลงทุน

เป้าหมายในตอนแรกที่อาเซียนต้องการมีเพื่อน คือ การขอให้เพื่อนที่มีสถานะที่ดีกว่าให้ความช่วยเหลือทางด้านการพัฒนาแก่อาเซียน ดังนั้น ความสัมพันธ์ระหว่างอาเซียนกับเพื่อน ๆ ในช่วงแรก ๆ ไม่ว่าจะเป็นกับสหภาพยุโรป ญี่ปุ่น หรือสหรัฐอเมริกา จึงอาจเรียกได้ว่าอยู่ในสถานะ ‘ผู้ให้กับผู้รับ’ อย่างไรก็ดี เมื่ออาเซียนเติบโตและมีระดับการพัฒนาที่ดีขึ้น ความสัมพันธ์กับเพื่อนได้ค่อย ๆ เปลี่ยนจาก ‘ผู้รับ’ มาเป็นแบบ ‘หุ้นส่วน’
ไม่ว่าจะเป็นหุ้นส่วนด้านการพัฒนา หุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์  หรือหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจ ดังที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน โดยมีกลไกการประชุมในระดับต่าง ๆ เป็นกลไกการขับเคลื่อนความสัมพันธ์ระหว่างอาเซียนกับเพื่อน ๆ ไม่ว่า
จะเป็นการประชุมระดับรัฐมนตรีระหว่างอาเซียนกับประเทศคู่เจรจา ซึ่งจัดขึ้นเป็นประจำทุกปีในช่วงเดือนมิถุนายนหรือกรกฎาคม หรือการประชุมระดับผู้นำประเทศของประเทศสมาชิกอาเซียนกับจีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ ที่เรียกว่า ‘อาเซียน + 3’ ซึ่งจัดขึ้นเป็นเป็นประจำทุกปีเช่นกันในช่วงเดือนพฤศจิกายนหรือธันวาคม
ความสัมพันธ์ระหว่างอาเซียนกับเพื่อน ๆ ในรอบ 40 กว่าปีที่ผ่านมา ได้ก่อให้เกิดผลในด้านต่าง ๆ มากมาย อาทิ การเสริมสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างกันเพื่อป้องกันข้อพิพาทที่อาจมีขึ้น การที่ประเทศเพื่อน ๆ ของอาเซียนให้ความช่วยเหลือทั้งด้านการเงินและทางเทคนิคแก่โครงการเพื่อการพัฒนาของอาเซียน โดยเฉพาะโครงการลดช่องว่างระดับการพัฒนาระหว่างประเทศสมาชิกอาเซียนดั้งเดิมกับกัมพูชา ลาว พม่าและเวียดนาม ซึ่งเป็นสมาชิกที่เพิ่งเข้าร่วมอาเซียนได้ไม่นานนัก รวมไปถึงความพยายามในการจัดตั้งเขตการค้าเสรีร่วมกันระหว่างอาเซียนกับประเทศคู่เจรจาหลายประเทศ ไม่ว่าจะเป็นกับจีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ หรือสหภาพยุโรป อันจะส่งผลให้ประชาชนโดยทั่วไปของอาเซียน รวมทั้งชาวไทย ได้ใช้สินค้าที่มีคุณภาพดีในราคาที่ถูกลง

นอกจากอาเซียนมีความร่วมมือกับประเทศอื่น ๆ ในเอเชียแบบรายประเทศ และในกรอบที่เรียกว่า ความร่วมมืออาเซียน + 3 ซึ่งได้จีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้แล้ว อาเซียนยังได้เป็นแกนหลักในการจัดให้มีการประชุมสุดยอดเอเชียตะวันออก ซึ่งเป็นการประชุมระดับผู้นำของประเทศสมาชิกอาเซียน 10 ประเทศ จีน เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น อินเดีย ออสเตรเลียและนิวซีแลนด์อีกด้วย ซึ่งการประชุมสุดยอดเอเชียตะวันออก ถือเป็นเวทีของผู้นำที่จะแลกเปลี่ยนความคิดและวิสัยทัศน์การพัฒนา ตลอดจนแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในภูมิภาคเอเชียตะวันออก
ในตอนนี้ อาเซียนกำลังอยู่ในระหว่างการจัดตั้ง ‘ประชาคมอาเซียน’ ภายในปี 2558 ดังนั้น การดำเนินความสัมพันธ์ระหว่างอาเซียนกับเพื่อน ๆ ในอนาคตนั้น จึงจะเน้นที่การประสานความร่วมมือระหว่างกันในกิจกรรมและโครงการที่สอดคล้องกับเป้าหมายการเป็นประชาคมอาเซียน

จะว่าไปแล้ว การมีเพื่อนเยอะและมีเพื่อนที่ดีของอาเซียน  ก็เปรียบเสมือนกับการที่เรามีกัลยาณมิตร หรือการที่เราได้เข้าไปอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ดี ซึ่งในท้ายที่สุดแล้ว ก็จะก่อให้เกิดประโยชน์แก่เราไม่ทางตรงก็ทางอ้อมนั่นเอง

 

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s